วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2552

2nd Period

Protocol (ตัวกลางที่ทำหน้าที่ส่งผ่านข้อมูล) ประกอบด้วย
1. syntax คือ โครงสร้างของข้อมูล
2. semantics คือ ความหมายของข้อมูลในแต่ล่ะ bits
3. Timing คือ ตัวบอกเวลาและค่าความเร็วในการส่งข้อมูล
รูปแบบของการส่งข้อมูลจะมี 2 ประเภท คือ
1. Single Layer จะเป็นการทำงานแบบรวมกันหมด ไม่มีการแบ่งขั้นตอน รูปแบบการทำงานนี้จะทำให้สามารถดำเนินงานได้เร็วขึ้น แต่จะเสียตรงที่เวลาเกิดการผิดพลาด จะต้องแก้ไขใหมทั้งหมด
2. Multi Layer จะมีการทำงานแบบแบ่งเป็นขั้นเป็นตอน แต่ความรวดเร็วในการดำเนินงานจะช้ากว่าแบบแรก ข้อดีคือ เวลาแก้ไขจะง่ายกว่า คือ ไม่ต้องแก้ไขทั้งหมด

ตัวอย่างระบบการทำงานรุ่นแรกๆ : OSI จะแบ่งการทำงานออกเป็น 7 ชั้น
1. Physical Layer : มีหน้าที่ส่งข้อมูล
2. Data Link Layer : มีหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลที่ส่งมาให้ว่าส่งมาถูกที่รึเปล่า
3. Network Layer : มีหน้าที่ รวบรวมข้อมูล แล้วส่งเป็นชุดๆ ไปใน network
4. Transport Layer : มีหน้าที่ส่งข้อมูลให้กับโปรแกรมต่างๆ
5. Session Layer : มีหน้าที่ควบคุมการรับข้อมูล และเซฟไว้เป็นจุดๆ เพื่อความสะดวกในการรับข้อมูลใหม่หากเกิดการผิดพลาด
6. Presentation Layer : มีหน้าที่ แปลง code บีบอัดข้อมูลและเข้ารหัสข้อมูล
7. Application Layer : มีหน้าที่จัดอสดงข้อมูลตามคำร้องของผู้ใช้

TCP/IP Protocol Suite
เป็นการเชื่อต่อที่รวม Application Layer, Presentation Layer และ Session Layer เป็นชั้นเดียวกันโดยเรียกรวมกันว่า Application Layer จะสามารถมารถแบ่งออกเป็น 4 Address ได้ดังนี้
1. Specific Address คือ Address ของ Application Layer (Address ของ Server)
2. Port Address คือ Address ของ Transport Layer (Address ของ Program)
3. Logical Address คือ Address ของ Network Layer (IP Address)
4.Physical address คือ Address ของ Physical Layer (Mac Address)

ไม่มีความคิดเห็น: